คอรันดัม

Rough Ruby

          นอกจากอัญมณีที่ผู้อ่านรู้จักเป็นอย่างดีเฉกเช่นเพชรแล้ว อัญมณีที่มีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้เพชรนั้นก็คือ อัญมณีในตระกูล คอรันดัม (Corundum) ซึ่งอัญมณีที่อยู่ในตระกูลนี้ อ้างอิงตามตาราง Moh’s Scale จะมีความแข็ง(Hardness) สูงถึงระดับ 9 (แพ้เพียงเพชร) และมีค่าความถ่วงจำเพาะที่ประมาณ 3.95 - 4.10 ตระกูลคอรันดัมนั้นประกอบไปด้วยพลอยสองชนิดที่มีชื่อเรียกว่า ทับทิม (Ruby) และ ไพลิน (Sapphire) 

 

          วิธีการจำแนกประเภทว่าเป็น ทับทิม หรือ ไพลิน นั้น เราใช้สีเป็นเกณฑ์ในการจำแนก ทับทิมจะให้สีตั้งแต่ สีม่วง สีแดงม่วง สีแดงส้ม ไปจนถึง สีแดงสด ซึ่งสีแดงสดถือเป็นสีที่ได้ราคาและมีความนิยมมากที่สุดในท้องตลาด ส่วนไพลินนั้นจะมีหลากหลายสีกว่า ซึ่งแต่ละสีก็จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปดังนี้ สีน้ำเงิน (ฺBlue Sapphire) สีส้ม (Orange Sapphire) สีเขียว “เขียวส่อง” (Green Sapphire) สีชมพู (Pink Sapphire) สีเหลืองหรือ “บุษราคัม” (Yellow Sapphire) ใสไม่มีสี (Colorless Sapphire) สีส้มอมชมพู (Padparadscha) 

 

          หลายๆท่านคงจะเคยได้ยินคำว่า “พลอยสด” (Unheated) และ “พลอยเผา” (Heated) ซึ่งความหมายของพลอยสดนั้นก็หมายถึงว่า พลอยเม็ดนั้นไม่ได้ผ่านการปรับปรุงคุณภาพโดยการเผาหรือนั่นเอง ส่วนพลอยที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยการเผา เราก็จะเรียกว่า “พลอยเผา” เหตุผลที่มนุษย์นำพลอยมาเผานั้นก็มีหลากหลายวัตถุประสงค์ แต่วัตถุประสงค์หลักๆที่ผู้เผาต้องการนั้นสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทกล่าวคือ

 

1. ปรับปรุงคุณภาพสี - การปรับปรุงคุณภาพสีไม่จำเป็นต้องหมายถึงเพิ่มความสดของสีเพียงอย่างเดียว พลอยไพลินในบางเหมือง เช่น จ.กาญจนบุรี จะให้สีน้ำเงินที่ค่อนข้างเข้มและมืด (Inky Blue) เมื่อนำมาเผาแล้วพลอยเม็ดนั้นสามารถทำให้ความเข้มและมืดของสีลดลงได้ เช่นเดียวกันกับกรณีพลอยไพลินบางเม็ดที่มีสีค่อนข้างอ่อน เมื่อผ่านกระบวนการเผา ก็สามารถทำให้สีมีความสดและเข้มขึ้นได้

 

2. ปรับปรุงคุณภาพความสะอาด - พลอยธรรมชาติโดยมากแล้วเมื่อขุดพบ มักจะพบตำหนิภายใน ซึ่งตำหนิเหล่านี้ข้อดีของมันก็คือ เป็นเครื่องหมายยืนยันความเป็นธรรมชาติแท้ 100% แต่เนื่องจากในตลาดยังมีความต้องการเลือกซื้อเพชรหรือพลอยที่มีความสะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากตำหนิภายใน ตำหนิเหล่านี้จึงส่งผลเสียต่อราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พลอยตระกูล คอรันดัม เช่น ทับทิม และ ไพลิน โดยมากจะประกอบไปด้วยตำหนิภายในหลายชนิดเช่น ตำหนิรอยแตก (Fracture) ตำหนิรอยนิ้วมือ (Fingerprint) ตำหนิเส้นเข็ม (Needle) ตำหนิเส้นไหม (Silk) ตำหนิคราบสนิม (Iron Stain) เป็นต้น ซึ่งเมื่อพลอยผ่านการเผาเพื่อปรับปรุงคุณภาพสีนั้น ความร้อนนอกจากจะสามารถปรับปรุงคุณภาพสีแล้ว ยังสามารถลบหรือทำลายตำหนิภายในบางประเภทได้อีกด้วย เช่น ตำหนิเส้นเข็ม (Needle) ตำหนิเส้นไหม (Silk) ตำหนิคราบสนิม (Iron Stain) เป็นต้น

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นการเผาพลอยถือเป็นกรรมวิธีการปรับปรุงคุณภาพที่เป็นที่ยอมรับในสากล และไม่ถือเป็นการหลอกลวงผู้ซื้อ เพราะการเผาพลอยนั้น เป็นการใช้เพียงความร้อนในการปรับปรุงคุณภาพ โดยไม่ได้มีการเจือปนสารแปลกปลอมอื่นๆผสมเข้าไป สมมุติเล่นๆว่ามีพลอยทับทิมสองเม็ด น้ำหนักเท่ากัน ความสะอาดเท่ากัน แต่เม็ดที่หนึ่งเป็นพลอยสดที่ไม่ผ่านการเผา แต่สีที่ได้ไม่สดงดงามเท่าเม็ดที่สองซึ่งผ่านการเผามาแล้ว ในกรณีเช่นนี้แม้ว่าพลอยเม็ดที่หนึ่งจะถือได้ว่าเป็นพลอยสดก็ตาม แต่เนื่องจากในตลาดพลอยราคาพลอยมีตัวกำหนดหลักเป็นเรื่องของความสวยงามของสี ดังนั้นในกรณีนี้แม้ว่าพลอยเม็ดที่สองนั้นเป็นพลอยเผาก็ตาม แต่เมื่อสุดท้ายพลอยเม็ดที่สองมีคุณภาพสีที่ดีกว่าเม็ดที่หนึ่ง จึงไม่แปลกที่พลอยเม็ดที่สองจะมีราคาที่สูงกว่าเมื่อเทียบกัน

 

 

 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง